เปลี่ยน Blog ให้เป็น Business ที่นี่

ในต่างประเทศนั้นมีการสร้างรายได้จาก Blog กันมากมาย วิธีสร้างรายได้หรือกระทั่งสร้างธุรกิจจาก Blog มี 3 โมเดลหลักๆ ได้แก่…

  • ไม่มีสินค้าอะไรเลยแต่ใช้ Blog เผยแพร่เนื้อหาเฉพาะทางเพื่อดึงดูด Traffic เฉพาะกลุ่มแล้วนำ Traffic ไปขายโฆษณาหาสปอนเซอร์มาลง หรือการติดป้ายโฆษณา Cost per Click หรือ CPC อย่าง Google AdSense
  • มีธุรกิจ มีสินค้า และบริการอยู่แล้ว ใช้ Blog เป็นเครื่องมือทำ Content marketing เพื่อดึงดูดคนเข้าหา Blog และรู้จักกับธุรกิจของคุณที่อยู่ภายใน Blog/ Website
  • มีธุรกิจต่างหาก แล้วเปิด Blog แยกออกมาเพื่อทำ Personal branding หรือที่รู้จักกันในปัจจุบันว่า CEO Branding ยกตัวอย่าง Richard Branson กับ Blog ของเขา ที่ไม่ได้หารายได้โดยตรงจาก Blog แต่ใช้ Blog สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายให้เกิด Brand awareness ต่อธุรกิจ Virgin Group

เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตช่วยให้คนเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวได้ง่ายขึ้นและมีต้นทุนการเริ่มต้นที่ต่ำลง หากเป็นเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว การเริ่มทำธุรกิจหมายถึงการเสี่ยงลาออกจากงานประจำ การกู้เงินนับล้าน การเซ้งและเปิดหน้าร้าน การสั่งสต็อกสินค้ามาลงร้าน จ้างพนักงานประจำ เป็นต้น – แต่วันนี้ กระบวนที่ว่ามาแทบจะถูกตัดออกไปเพราะอินเตอร์เน็ต

วันนี้คนจำนวนมากสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการทำงานจากที่บ้านผ่านคอมพิวเตอร์ Notebook เครื่องเดียว

  • บางคนเปิดเว็บไซต์เพื่อขายสินค้าออนไลน์ ไม่ต้องมีหน้าร้าน มีสต็อกสินค้าจำนวนหนึ่งและบริหารจัดการแพ็คสินค้าส่งเอง
  • บางคนไม่มีแม้กระทั่งสินค้า เปิดเว็บไซต์เพื่อป้อนบทความเฉพาะทางอันตรงกลุ่มเป้าหมาย แล้วดึงดูดแบรนด์สินค้าให้มาลงโฆษณา

ยังมีอีกมากมายหลายวิธีในการสร้างธุรกิจและอาชีพทำเงินจากเว็บไซต์ซึ่งผมจะเล่าให้ฟัง แต่ก่อนอื่นผมขอพารู้จักกับเครื่องมือหลักในการใช้เริ่มต้นทำธุรกิจที่เรียกว่า Blog กันก่อน

ประสบการณ์สร้างรายได้แบบ Blog Blog ของ The CEO Blogger

ผมเขียน Blog ตั้งแต่ประมาณปี 2010 โดยในช่วงแรกยังไม่เป็นโล้เป็นพายสักเท่าไร 2 ปีแรกในการเขียน Blog แทบไม่มีรายได้อะไรเลย ผมอยู่ได้ด้วยเงินเดือนจากงานประจำ ภายหลังเมื่อเริ่มชัดเจนกับแนวทาง และเริ่มเข้าใจหลักการตลาดอินเตอร์เน็ต ผมจึงเริ่มต้นใหม่กับ Blog ใหม่ที่ชื่อ The CEO Blogger

1 มกราคม 2012 ผมประกาศ The CEO Blogger ออกทาง Facebook และ Web board ThaiSEOBoard.com

ผมสร้างรายได้ภายในเดือนที่ 4 ของการเปิด Blog และรายได้วันแรกของ Blog เกือบเท่าเงินเดือนทั้งเดือนของผมในตอนนั้น อีกสองเดือนต่อมา รายได้สะสมแตะ 50,000 บาทแบบ Passive income และยิงยาวกับการเป็น Blogger อาชีพ สร้างรายได้จากธุรกิจที่เรียกว่า Information business นับแต่นั้นมา

หลังเปิด The CEO Blogger ได้หนึ่งปี ผมก็ตัดสินใจลาออกมาเป็น Blogger และ Infopreneur เต็มตัว โดย Blog เดียวสร้างรายสะสมกว่า 7 หลักและนำพาสู่การร่วมก่อตั้งธุรกิจด้านการผลิตและจำหน่าย Information products อย่างเป็นทางการชื่อ Leader Wings Ltd.

Blog คืออะไร?…

Blog มีชื่อเต็มว่า Weblog
Web คือ Website และ Log แปลว่า บันทึก – Weblog จึงเป็นเว็บไซต์ชนิดหนึ่งที่ใช้บันทึกเนื้อหาและมีการแสดงลำดับเนื้อหาจากใหม่ไปเก่าเหมือนสมุดบันทึกนั่นเอง

คนไทยจำนวนมากในปัจจุบัน รวมทั้งผมในอดีตมองว่า Blog คือไดอารี่ออนไลน์ของคนชอบเล่าเรื่องส่วนตัวที่ไม่ได้มีสาระสำคัญอะไรกับผู้อื่น

ผมไม่ชอบการเขียน ไม่ชอบเขียนบันทึก ไม่เคยคิดจะเป็นนักเขียน และไม่เข้าใจว่าทำไมบางคนต้องมาเขียนบันทึกออนไลน์เปิดให้สาธารณะเข้ามาอ่านเรื่องส่วนตัวของตัวเอง จนกระทั่งวันที่ผมเติบโตและมีประสบการณ์สำคัญบางอย่างในเรื่องบริหารธุรกิจที่ผมอยากเล่า ผมถึงเข้าใจว่าทำไมคนจึงต้องเขียน

การเขียนก็ดี การอัดคลิปเสียงหรือคลิปวีดีโอก็ดี จริงๆมันเป็นช่องทางในการสื่อสารของคนๆหนึ่ง ทุกคนมีสิ่งที่อยากเล่า เมื่อเขาอยากเล่า เขาจะอยากเขียนและพูดโดยปริยายไม่ว่าเขาจะชอบเขียนหรือไม่ก็ตาม!

ผมเริ่มศึกษาการทำ Blog และ Online marketing จากเมืองนอก!

ฝังดูโก้ จริงๆ ผมไปอ่าน Blog ด้านการทำ Blog และ Online marketing ของฝรั่งที่อยู่บนอินเตอร์เน็ตนี่แหละครับ สาเหตุเพราะบ้านเราไม่มี resource ด้านนี้ให้ศึกษาเลย เท่าที่พอจะหาได้ก็เป็นเนื้อหาบางๆ ที่ไม่ได้ให้ข้อมูล หลักคิด วิธีทำที่มากพอ ซึ่งเมื่อผมไปเจอบทความของฝรั่งแล้วถึงกับอุทานว่า แม่เจ้า! บทความฝรั่งเขียนดีมาก เนื้อหานี่นำไปใช้ทำงานจริงได้เลย หนึ่งใน Blog ที่ทำให้ผมมีวันนี้คือ Smart Passive Income ของคุณ Pat Flynn นั่นเองครับ

นั่นคือแรงบันดาลใจว่า ผมจะเป็น Blogger ที่เขียนบทความเชิงลึกที่คนอ่านแล้วนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงเป็นคนแรกของประเทศไทย! – อันนี้คือมโนนะครับ ผมไม่รู้หรอกว่าใครคือคนแรก และมีใครอีกที่เขียนบทความเนื้อหาสุด Epic content แต่ผมมโนไว้ก่อนว่าผมจะเป็นแบบนั้นๆ

Blog สู่ Business: Blog สร้างธุรกิจได้อย่างไร

ผมเกริ่นไปแล้วว่าบ้านเราคนไม่ค่อยให้ความสำคัญกับ Blog ซึ่งผมเชื่อว่าเพราะเขายังไม่เข้าใจและเข้าถึงศักยภาพของ Blog ที่มีต่อ ชีวิต และ ธุรกิจ ของพวกเขาและของคุณ แต่สำหรับในต่างประเทศ ฝรั่งให้ความสำคัญกับ Blog มาก และเว็บไซต์องค์กรแทบทุกเว็บไซต์ต้องมีเมนูที่เปิดขึ้นมาสำหรับเขียน Blog ด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

บทความของ Blog ติด Google Search Engine ได้ดี

เนื้อหาที่อยู่บนอินเตอร์เน็ตติด Google Search Engine ได้ดี… Blog ก็เช่นกัน
Google ชอบเนื้อหาที่สดใหม่ มีประโยชน์ และชอบเว็บไซต์ที่มีการอัพเดทเนื้อหาใหม่ๆ สม่ำเสมอ Blog มีคุณสมบัติแบบนั้นเลย

ถามว่าบทความที่เขียนบน Facebook page และ Timeline ติด Google Search Engine ได้ไหม ตอบว่า ‘ติดได้’ แต่ไม่ดีเท่ากับเนื้อหาบน Blog

มีอยู่ช่วงหนึ่ง เนื้อหาบน Facebook ติด Google เป็นพรืดจนคนทำ Blog น้อยใจว่าจะเลิกเขียนบทความบน Blog และไปเขียนบน Facebook แต่ช้าก่อน! ตอนนั้นผมมองว่ามันเป็นแค่ชั่วคราว และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะทันทีที่ Google มีการปรับโปรแกรมการจัดการการค้นหาที่เรียกว่า Algorithm การแสดงผลเนื้อหาจาก Facebook ก็หายจาก Search result หน้าแรกๆ กราวรูด

กล่าวโดยสรุป เนื้อหาบนเว็บไซต์และ Blog นั้นเป็น Google search friendly ที่สุด และการเขียนเนื้อหาดีๆ มีประโยชน์ จะมีความสามารถในการติดอันดับและรักษาอันดับอย่างมั่นคงไม่ว่าระยะเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหนและไม่ว่า Algorithm ของ Google จะเปลี่ยนไปกี่ตลบ เพราะปรัชญาสำคัญหนึ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนของ Google คือ!

‘Organize the world’s information and make it universally accessible and useful’

บทความของ Blog มีลิงค์เฉพาะตัว หรือ URL ที่พกพาไปได้ทั่วโลกออนไลน์

การเขียนบทความดีๆ เพียงครั้งเดียวกลายเป็น ‘Digital asset’ ที่คงอยู่ตลอดไปบนโลกออนไลน์

หลายเว็บไซต์ประเภท Variety site ในไทยไม่ให้ความสำคัญกับ Content เขียนบทความเนื้อหาบางๆ ไม่กี่ประโยคแล้วอาศัยเขียน Title ชื่อบทความที่ล่อให้คลิ๊ก Click bait เพื่อเรียกคนเข้าเว็บไซต์ การทำแบบนี้ทำให้คนเบื่อหน่ายและเลิกติดตามเว็บไซต์

แต่ในต่างประเทศ ฝรั่งถือว่า Content หรือ บทความในเว็บไซต์หรือ Blog เป็น สินทรัพย์ ชนิดหนึ่ง พวกเขาให้ความสำคัญในการเขียน Content คุณภาพดี เจาะลึกลงรายละเอียดเป็นอันมาก

งานเขียน Content เป็นงานที่ใช้ทรัพยากรทางเวลามหาศาล แต่เมื่อ Content คุณภาพสูงของ Blog ถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ จะทำให้คนเริ่มสัมผัสได้และอยากติดตามเสพเนื้อหาดีๆ จนกระทั่งกลายเป็น Fan club ของเว็บไซต์และ Blog นั้นในที่สุด

สร้าง Awareness

Content ดีๆ และมีความสม่ำเสมอของ Blog ช่วยก่อให้เกิด การรับรู้การมีตัวตนของคุณ หรือ Awareness นั่นเอง และ Awareness ก่อให้เกิดสามอย่าง ได้แก่…

Trust:
เมื่อคนได้เห็น Content คุณภาพสูง เฉพาะทาง ตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างสม่ำเสมอ เขาจะเริ่มเกิด ความมั่นใจและไว้เนื้อเชื่อใจ อาจเปรียบได้กับการจีบผู้หญิง แสดงออกถึงความ เอาใจใส่ ทำสิ่งดีๆ ให้อย่างสม่ำเสมอย่อมเกิดความเชื่อมั่นในระดับหนึ่งว่าคนนี้น่าจะของจริง

Authority:
Content เฉพาะทางและมีประโยชน์สูงที่คุณเผยแพร่สม่ำเสมอทำให้คนจดจำคุณในฐานะกูรูในด้านนั้นๆ และยกให้คุณเป็นเจ้าของเนื้อหาในสาขานั้นๆ สิ่งนี้เรียกว่า Authority ครับ

Brand:
Brand มีความสำคัญมาก เพราะมันเป็นองค์ประกอบที่จะปกป้องคุณจากคู่แข่งที่เข้ามาบุกตลาดที่คุณอยู่ ทว่า Brand ไม่สามารถแต่งตั้งกันเองได้ลอยๆ แต่เกิดจาก คุณค่าและประสบการณ์ที่คุณส่งมอบออกไปจนกลุ่มเป้าหมายให้ใจกลับมา จดจำ ยอมรับ และบอกต่อให้คนมาหาคุณ นั่นแหละครับ ความเป็น Brand ในระดับจิตใจ กล่าวคือ คนอาจก็อปปี้โมเดลธุรกิจ และหน้าตาสินค้าจากคุณได้ แต่คู่แข่งไม่สามารถเอาความชอบที่ลูกค้ามีต่อคุณไปเป็นของเขาได้

Blog คือสุดยอดเครื่องมือทำ Content Marketing

‘Content marketing คือการผลิตเนื้อหาที่มีประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายใดเป็นการเฉพาะและเผยแพร่เนื้อหานั้นๆ ไปหากลุ่มเป้าหมาย’ — พอล The CEO Blogger

ในอดีตทำผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ ได้แก่ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และอีเวนต์ต่างๆ แต่ปัจจุบันทำผ่านอินเตอร์เน็ต ได้แก่ เว็บไซต์ เว็บบล็อก เว็บบอร์ด และโซเชียลมีเดีย เป็นต้น

วัตถุประสงค์เพื่อให้เกิด Awareness และดึงดูดคนให้เกิดความสนใจถึงต้นกำเนิดของเนื้อหา ในกรณีนี้คือเว็บไซต์เจ้าของเรื่อง และก่อให้เกิดการติดตามและพัฒนาไปสู่การเป็นแฟนคลับและลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าและบริการจากเว็บไซต์ หรืออีกกรณีคือเพื่อดึงดูดสปอนเซอร์ให้มาลงโฆษณานั่นเอง

3 วิธีสร้างรายได้จาก Blog

เมื่อ Content ดึงดูดผู้คนมารวมตัวกันอยู่ที่ เว็บไซต์/Blog สิ่งที่ตามมาคือโอกาสในการเสนอขายและสร้างรายได้จากผู้คนที่สนใจในเนื้อหาและธุรกิจที่คุณทำ แบ่งเป็น 3 ประเภทหลักได้แก่…

โฆษณา

เป็นวิธีสร้างรายได้ขั้นพื้นฐานที่สุด คุณไม่ต้องมีสินค้าใดๆ นอกจาก Content ดีๆและ Traffic เข้า Blog จำนวนมาก การสร้างรายได้จากค่าโฆษณามีสองวิธีหลักๆ ได้แก่

Direct Advertiser (Banners):
ติดต่อโดยตรงกับ Advertiser เพื่อนำป้าย Banners มาลงใน Blog ของคุณและเก็บค่าโฆษณาเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาศหรือรายปีแล้วแต่จะตกลงกัน ค่าโฆษณาขึ้นอยู่กับปริมาณ Traffic ที่หมุนเวียนในเว็บ

CPC (Cost per Click):
CPC เป็นการนำป้ายโฆษณาของผู้ให้บริการ อาทิ Google AdSense หรือ Chitika หรือ Yengo เป็นต้น มาวางลงใน Blog และมีรายได้ตามจำนวน Click ของคนที่เข้า Blog ของคุณ

ผู้ให้บริการจะทำหน้าที่ติดต่อ Advertiser มาลงโฆษณาผ่านพวกเขา และป้ายโฆษณาจะมีการแสดงผลหมุนเวียนกันไปตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ คุณจึงไม่ต้องไปจัดการสรรหา Advertiser ด้วยตัวเอง

การสร้างรายได้จากค่าโฆษณานั้นสำคัญที่ปริมาณคนเข้า Blog เพราะคนเข้า Blog มากย่อมก่อเกิดอัตราเฉลี่ยของคนที่จะ Click ที่ป้ายโฆษณาสูงขึ้น การจะมีรายได้จากค่าโฆษณาสูงๆ อาจต้องการปริมาณ Traffic ประมาณ 5,000-10,000 views ต่อวันขึ้นไป

สินค้า

คุณสามารถใช้ Content marketing และ Blog ในการสนับสนุนการขายสินค้าออนไลน์ของคุณได้ ท่ามกลางผู้ขายจำนวนมากและสินค้าที่เริ่มไม่แตกต่าง ทางที่จะกุมหัวใจลูกค้าได้คือ Relationship

Content marketing เปรียบเสมือนการสร้าง Relationship บนโลกออนไลน์ พื้นที่ที่ใช้สื่อสารกับลูกค้า กระดานข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และความรู้ในตัวผลิตภัณฑ์ที่คุณสามารถเผยแพร่ให้พวกเขาได้รับรู้

วันนี้คนเข้าเว็บไซต์จะไม่ตัดสินใจซื้อทันทีแต่จะมีการค้นหาข้อมูลและรีวิวที่เกี่ยวข้องจากเว็บไซต์อื่นๆ และแทนที่คุณจะปล่อยให้ลูกค้าออกไปหาข้อมูลบนเว็บไซต์อื่นๆ คุณก็เป็นผู้ให้ข้อมูลนั้นๆแก่ลูกค้าเสียเองด้วย Content

นักการตลาดมีการศึกษาในเบื้องต้นว่า เว็บไซต์ที่ให้ ข้อมูล (Information) และ ความรู้ (Education) แก่ลูกค้าจะมีโอกาสสร้าง ‘ความมั่นใจและความน่าเชื่อถือ’ ทำให้ภาพลักษณ์ของคุณเปลี่ยนจาก Sales man เป็น Market expert

บริการ

คนให้บริการเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็น Agency หรือ Freelance สามารถสร้าง Profile, ความน่าเชื่อถือในความรู้, รวมไปถึงการสร้าง Portfolio ผ่าน Blog content

หลักการเดียวกับ สินค้า— ลูกค้ามาใหม่ เจอเว็บไซต์ให้บริการ แต่ไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับคุณเลยจึงอาจลังเลใจในความรู้ความสามารถ ในต่างประเทศ Freelance บางคนจึงเปิด Blog และเขียนเล่าเรื่องราวความรู้ในสาขาที่ให้บริการ บอกเล่ากรณีศึกษาของผลงานที่ผ่าน และวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะให้แก่ลูกค้า

ข้อมูลเหล่านี้ล้วนสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือให้กับคนที่เห็นและเพิ่มโอกาศในการตัดสินใจที่จะเลือกใช้บริการจากคนที่มี Content มากกว่าคนที่ไม่มี Content ใดๆ ให้ศึกษา

ยกตัวอย่างเว็บไซต์ Teespring ให้บริการ ออกแบบ ผลิต และจัดส่ง เสื้อยืดแบบ Drop ship –

Teespring ไม่ใช่เว็บไซต์เดียวที่ทำธุรกิจนี้ แต่เป็นเว็บไซต์เดียวที่ลงทุนกับ Content เป็นอันมากถึงขนาดมีส่วนที่เป็น Teespring University รวบรวมบทความสอนการออกแบบและทำการตลาดออนไลน์เพื่อให้คนที่ขายเสื้อสามารถขายได้อย่างประสบความสำเร็จ และมีบทความ Success story เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่คนใหม่ๆ เนื้อเหล่านี้ทำให้ Teespring เป็นเว็บที่คนจดจำและใช้งานมากกว่าค่ายอื่นๆ

เปลี่ยน Blog ให้เป็น Business

สมการ 4 หัวข้อสู่การเริ่มต้นธุรกิจสักชิ้น

1. Passion ความชอบ

เป็นที่ถกเถียงกันมากว่า Passion เป็นสิ่งจำเป็นหรือไม่ในการทำธุรกิจ คนขายส้วมคงไม่ได้มี Passion ในโถส้วม แต่มันต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่ขับเคลื่อนชีวิตให้เขาทำในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่

Passion พื้นฐานของมนุษย์คือ ครอบครัว ครอบครัวคือพลังขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ทีสุด และ Passion ที่รองลงมาคือความชอบในงานที่ทำ งานนั้นเป็นอะไรก็ได้ บางคนรักการทำอาหาร บางคนรักดนตรี บางคนรักการเขียน ฯลฯ ไม่มีที่สิ้นสุด

การทำสิ่งที่รักมีความสำคัญต่อการทำธุรกิจ เพราะความรักในสิ่งที่ทำจะเป็นพลังพาคุณก้าวผ่านช่วงที่ยากลำบากไปได้ คนที่เริ่มต้นทำธุรกิจเพราะหวังรวยเร็วโดยปราศจากความชอบจะเลิกไปก่อนประสบความสำเร็จ

2. Skills ความเก่ง

หาก Passion คือพลังขับเคลื่อน Skills หรือ ทักษะ ความรู้ ความสามารถ คือพาหนะที่จะนำพาคุณก้าวไปข้างหน้า โลกนี้อยู่ภายใต้กฎแห่งการแลกเปลี่ยน มูลค่าเกิดจากการสร้างคุณค่าแลกกับเงินตรา นักธุรกิจต้องสร้างบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาโดยอาศัยความรักและความรู้ให้อยู่ในรูปแบบที่จะสามารถนำไปขายเป็นเงินได้

3. Solution การแก้ปัญหา

คนจ่ายเงินเพื่อซื้อเครื่องมือบำบัดหรือแก้ปัญหา เพราะเหตุนี้ธุรกิจจึงเกิดขึ้น ทุกธุรกิจเกิดขึ้นมาเพื่อ 1) บำบัดทุกข์ 2) บำรุงสุข 3) อำนวยความสะดวก 4) แก้ปัญหา …สิ่งที่คุณรัก และสิ่งที่คุณเก่ง รวมกันเป็นสินค้าและบริการที่สามารถนำไปแก้ปัญหาให้คนอื่นได้หรือไม่?

4. Demand ความต้องการของตลาด

ความต้องการของตลาดมีที่มาจากปัญหา…

คนต้องการเครื่องมือในการทำงานข้อมูล คอมพิวเตอร์จึงเกิด คนต้องการคนซ่อมคอมพิวเตอร์ ช่างซ่อมจึงเกิด คนต้องการเรียนการซ่อมคอมพิวเตอร์ ครูสอนช่างจึงเกิด ฯลฯ อันสุดประมาณไปในทุกอุตสาหกรรม เพราะมีปัญหาจึงมีความต้องการ สิ่งที่คุณรักและเก่งสามารถนำมาแก้ปัญหาได้หรือไม่ และมีความต้องการในตลาดขนาดเล็กหรือใหญ่?

คุณสามารถใช้ Blog เป็นจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจได้โดยการผสมผสานโมเดลต่างๆเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งแบบไม่มีสินค้า และแบบมีสินค้าและบริการเป็นของตัวเอง หรือโดยแบบเป็นนายหน้า

สรุป

ทั้งนี้ผมอยากเน้นย้ำว่างานนี้ไม่มี Overnight success – กรุงโรมไม่ได้สร้างในวันเดียว Blog & Business ก็เช่นกันครับ ต้องอาศัยการสร้างเนื้อหา การทำการตลาด การรักษา Brand และ Awareness

หากคุณมุ่งมั่นสม่ำเสมอ โอกาสที่คุณจะสร้างธุรกิจต้นทุนต่ำทำงานผ่าน Notebook เครื่องเดียวเป็นไปได้ ติดตามแนวทางดีๆจาก The CEO Blogger ครับ